[Inuyasha SF] Under Water - Part 3 (end)

posted on 18 May 2012 11:23 by khanawaree  in Inuyasha

 

 

Title : Under Water [Part 3] end

Pairing : Shishinki x Inu no Taishou

Rate : PG

Author : Stromy_Sunday

Note : 1st Inuyasha's FanFiction Project

 

- เรื่องนี้จะอัพลงแค่ที่ exteen เท่านั้น ไม่มีลงที่อื่นนะคะ
- ห้าม!! นำฟิคเรื่องนี้ไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ห้าม!! ก็อป ดัดแปลง เอาผลงานไปแอบอ้างไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ถ้าตามเจอจะส่งย่ากั้งไปตามรังควานนะจ๊ะ

 

________________________________________________________________

 

 

 

 

เสียงคลื่นซัดสาดกระทบหินโสโครกกับลมที่พัดหอบกลิ่นไอของทะเลทำให้ร่างโปร่งลืมตาตื่นขึ้น   สมองยังมึนงงเล็กน้อยขณะกวาดตามองไปรอบๆตัว   ตรงหางคิ้วปวดตุบๆจนต้องยกมือขึ้นมากุมแต่แขนของเขามันกลับขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย   ที่ขาก็เหมือนกัน

 

“ตื่นแล้วเรอะ”

 

อินุไทโชสะดุ้งหันไปมอง   ชายหนุ่มผมม่วงยิ้มให้เขาก่อนจะลุกจากโขดหินเดินมาใกล้ๆ

 

“ขอบใจนะที่ช่วยบอกเบาะแส   นึกไม่ถึงว่าจะยังมีอยู่ในบ้านเยอะขนาดนั้นด้วยซ้ำ”   ร่างสูงหัวเราะเบาๆ   “แค่เล่นละครตบตานิดหน่อยก็หลอกได้แล้ว   น่าสงสารลูกชายแกจริงๆ   ทุกอย่างที่มันกับนาราคุพยายามทำมาสูญเปล่าหมดเพราะความใจอ่อนของพ่อมันคนเดียว”

 

“อ...อะไรนะ?”

 

“ตอนแรกฉันคิดว่าแค่จัดการปิดปากมันสองคนได้เรื่องก็จบ   แต่ดันพลาดเพราะมันยังมีหลักฐานซ่อนเอาไว้อยู่   ถ้าถึงตำรวจล่ะก็ธุรกิจที่สร้างมาคงพังไม่เป็นท่าแน่”   มือหนาชักปืนออกมาจากข้างเอวเล็งไปที่ร่างโปร่ง   “รางวัลที่ช่วยหาหลักฐานให้   จะให้แกตามลูกชายไปแบบสบายๆไม่ต้องทรมานมากก็แล้วกัน”

 

อินุไทโชตัวสั่นหลับตาลงก้มหน้า   หากแต่ผ่านไปนานเกือบนาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมามอง  ชิชินกิยังคงถือปืนค้างไว้ไม่เหนี่ยวไกซักที

 

“..........................”

 

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”   ชายหนุ่มผมม่วงเก็บปืนลงไปก่อนจะเหยียดยิ้มชั่วร้ายออกมา   “ให้แกไปด้วยวิธีเดียวกับลูกแกดีกว่า”

 

มือหนาเดินไปหยิบเชือกยาวมาเส้นหนึ่ง   ร่างโปร่งรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรจึงรีบขยับตัวถอยห่างออกมาด้วยความกลัว   มือก็ยังถูกมัดติดกันไว้ด้านหลังอยู่ในสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้เลย   เชือกเส้นหนาคล้องลงมาผูกที่คอเขาแน่น   ปลายอีกด้านผูกกับหินก้อนใหญ่

 

อินุไทโชพยายามดิ้นรนเพื่อให้มือหลุดจากพันธนาการขณะที่ถูกลากไปริมหน้าผาสูงชัน   เบื้องล่างเป็นคลื่นทะเลที่กำลังซัดสาดเข้าหาหินโสโครก   หากตกลงไปร่างลงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดีแน่นอน   ชิชินกิหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ

 

“ลาก่อน.....”

 

ร่างสูงถีบหินก้อนใหญ่ลงไปเบื้องล่าง   มีเสียงเหมือนอะไรขาดออกจากกันดังขึ้นก่อนที่ก้อนหินจะร่วงลงไปกระแทกกับหินโสโครกอย่างแรง   อินุไทโชหายใจหอบมองเชือกที่ขาดเองอย่างไม่เชื่อสายตา   ทั้งๆที่เชือกก็ไม่ได้เก่าจนเปื่อยเลยแท้ๆ   พลันดวงตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างในชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหลังของชิชินกิ   ใบหน้าที่หายไปครึ่งซีกท่วมด้วยเลือดนั้นเขาจำได้ติดตา   นาราคุเอื้อมมือมาผลักหลังทำให้ชายหนุ่มเสียหลักตกหน้าผาหากแต่มือยังยึดเกาะชะง่อนหินเอาไว้ได้

 

“แก...!!”   ดวงตาสีม่วงมองร่างที่อยู่ด้านบนอย่างตกตะลึง   “เป็นไปไม่ได้   แกตายไปแล้ว   ทำไมถึง.....” 

 

นาราคุเหยียดยิ้มเมื่อชะง่อนหินที่ร่างสูงจับอยู่เกิดเสียงดังแกร๊ก   ชิชินกิสบถก่อนพยายามปีนกลับขึ้นมาแต่ช้าเกินไป   หินที่เกาะยึดอยู่ทนรับน้ำหนักไม่ไหวทำให้เขาร่วงหล่นลงไปยังหินโสโครกและทะเลเบื้องล่าง

 

ร่างโปร่งไม่กล้าจะชะโงกออกไปมองว่าชิชินกิเป็นอย่างไร   หน้าผาสูงขนาดนี้โอกาสรอดน้อยมาก   พลันหูก็แว่วเสียงไซเรนรถตำรวจมาแต่ไกล  เพียงแค่ไม่กี่อึดใจรถตำรวจหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดเต็มไปหมด

 

“ไทโช!!”

 

“พี่เซนริว...”

 

ชายหนุ่มที่มากับรถตำรวจวิ่งเข้ามาหาพลางมองสำรวจน้องชายอย่างละเอียดด้วยความเป็นห่วง

 

“แผลนี่...หัวแตกนี่นา   ไปโรงพยาบาลก่อนเถอะจะได้ให้หมอตรวจดูอย่างอื่นด้วย”

 

อินุไทโชขยับปากจะตอบว่าไม่เป็นไรหากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่านาราคุยังยืนอยู่ริมหน้าผา   เขายกมือขึ้นชี้ไปยังโกดังร้างที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนักก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป

 

‘พาออกมาที...’

 

“คุณตำรวจครับ   ช่วยพาน้องชายผมไปส่งที่โรงพยาบาลที”

 

“ด...เดี๋ยวก่อนครับพี่”   มือบางยกห้ามทั้งพี่ชายและนายตำรวจคนหนึ่งที่กำลังจะพยุงเขาไปที่รถ   “ช่วยไป...ตรวจดูที่โกดังนั่นหน่อยได้ไหมครับ   คิดว่านาราคุน่าจะอยู่ในนั้น”

 

“นาราคุ?   แฟนของเซ็ทสึนะน่ะเหรอ?”   คนเป็นพี่เลิกคิ้วขณะประคองน้องชายไปที่รถ   อินุไทโชพยักหน้าตอบ

 

“แล้วพี่รู้ได้ยังไงครับว่าผมอยู่ที่นี่”

 

“ก็อินุยาฉะน่ะสิ   กลับมาเห็นบ้านถูกรื้อเละกระจุยแบบนั้นเลยตกใจ   โทรหาเราก็ไม่ติดเลยโทรมาหาพี่แทน   พอพี่มาดูสภาพแล้วถึงได้แจ้งตำรวจนี่แหละ   โชคดีนะที่มือถือเรามีจีพีเอส   ไม่งั้นป่านนี้คงตามหาตัวไม่เจอหรอก”

 

“เหรอครับ...”

 

“ข้างในโกดังนี้มีศพครับ!   เป็นผู้ชาย...อยู่ในหีบไม้!”

 

สองพี่น้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงจากวิทยุสื่อสารดังขึ้น   ผ่านไปประมาณสิบห้านาทีก็เห็นตำรวจและหน่อยกู้ภัยแบกเปลที่มีห่อพลาสติกสีดำออกมา   เซนริวยกมือลูบหัวปลอบคนข้างตัวที่ทำตาแดงๆคล้ายกำลังพยายามกลั้นน้ำตา

 

“ไม่เป็นไรแล้ว   มันจบแล้วล่ะ...”

 

“ครับพี่”

 

 

 

 

 

มือบางวางช่อดอกไม้สดหลากสีสองช่อลงตรงหน้าแผ่นป้ายหินอ่อนสีขาวที่ตั้งอยู่คู่กันก่อนยกมือขึ้นแตะเบาๆ   ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้มบาง

 

“ไม่ต้องห่วงแล้วนะเซ็ทสึนะ...นาราคุ   ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วล่ะ”   เขาย่อตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าพลางนึกไปถึงเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว   ชิชินกิ...ผู้ชายคนนั้นเป็นอาของนาราคุจริงๆแต่ทำงานให้กับพวกยากูซ่า   รูปถ่ายที่อยู่ในห้องเซ็ทสึนะนั้นเป็นรูปที่แอบถ่ายมาตอนกำลังขายยาเสพติดให้ลูกค้า   พอรู้เข้าว่านาราคุกับเซ็ทสึนะกำลังรวบรวมหลักฐานให้ตำรวจก็เลยฆ่าปิดปากซะแล้วก็ทำลายหลักฐาน...โชคดีที่มันไม่ถูกทำลายไปหมด   อย่างน้อยก็พอจะช่วยสืบหาตัวการใหญ่มาดำเนินคดีได้

 

“อ๊ะ   เย็นขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย   ต้องรีบไปรับอินุยาฉะที่โรงเรียนแล้วล่ะ   ไว้วันหลังป๊าจะมาหาใหม่นะ”

 

อินุไทโชมองนาฬิกาข้อมือแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะชะงัก   ร่างของคนสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลแม้จะเลือนลางแต่ก็ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน   ร่างบางไม่ได้อยู่ในชุดที่เคยใส่ออกจากบ้านเปียกชุ่มน้ำตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกแล้ว   สีหน้าก็ดูมีความสุขไม่อมทุกข์เหมือนทุกครั้งที่เห็น   ชายหนุ่มผมดำที่อยู่เคียงข้างก็เช่นกัน   เมื่อไม่มีบาดแผลน่ากลัวสยดสยอง   ใบหน้าคมนั้นก็ดูดีทีเดียว   ทั้งคู่อยู่ในชุดสีขาวจับมือประสานกันเอาไว้และส่งยิ้มบางๆให้เขา

 

‘ป๊า...ผมกับนาราคุจะไปแล้วนะ’

 

“เซ็ทสึนะ...”

 

‘ดูแลตัวเองด้วยนะครับ...’

 

ขอบตาแดงร้อนผ่าวพยายามกลั้นน้ำใสๆเอาไว้ขณะมองสองร่างที่ค่อยๆเลือนหายไปในแสงสว่างสีขาวนวล   นี่เป็นสิ่งที่เขาหวังเอาไว้   ทั้งคู่ไม่ต้องทรมานอีกต่อไปแล้ว   มือขาวยกมือมาปาดน้ำตาออกจากแก้มแล้วยิ้มบางให้แผ่นป้ายหินอ่อนก่อนจะหันหลังกลับไปทางโบสถ์   ท้องฟ้ายามเย็นสีส้มดูงดงาม   สายลมอ่อนๆพัดเย็นสบาย  

 

 

“หลับให้สบายนะ...เซ็ทสึนะ...นาราคุ...”

-

-

-

-

-

-

FIN

-

___________________________________________

-

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปวดใจที่สุดตั้งแต่แต่งมาเลย ฮืออออ  เสียดายคนหล่อ Tongue out  (เสียงแว่วบอกว่า เสียดายแล้วเอ็งแต่งแบบนี้ทำไมฟระ)  แหม ก็ติดเชื้อมาม่าจากคนแถวนี้อ่ะ (เหล่นางสาว ก.)  เหลืออีก 2 เรื่อง ก็ต้องก้มหน้าก้มตาปั่นต่อไป ขออภัยสาวข้างบล็อคหากอัพช้า พรุ่งนี้มีสอบที่รามค่า Undecided

-

-

-

-